เคยไหม? ที่รู้สึกว่าเงินในบัญชีมันลดลงเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ใช้จ่ายอะไรมากมาย แถมข้าวของก็แพงขึ้นทุกวัน! นั่นแหละครับเพื่อนๆ ภาวะเงินเฟ้อตัวร้ายที่คอยกัดกินมูลค่าเงินของเราอยู่เงียบๆ
แล้วเราจะทำยังไงดี? วันนี้ "ทันเกมการเงิน" จะมาคุยกันเรื่อง "ทองคำ" ครับ หลายคนอาจจะมองว่าทองคำเป็นแค่เครื่องประดับ หรือของสะสม แต่จริงๆ แล้ว ทองคำมีอะไรที่มากกว่านั้นเยอะเลยนะ...
ทองคำ...ทำไมถึงเรียกได้ว่าเป็นเงินที่แท้จริง?
ลองคิดดูเล่นๆ นะครับ ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ "เงิน" มีค่า? มันไม่ใช่แค่กระดาษที่มีตัวเลข หรือตัวเลขในบัญชีธนาคาร แต่มันคือ "ความเชื่อมั่น" ต่างหาก! เราเชื่อมั่นว่าเงินที่เราถืออยู่ สามารถแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าและบริการได้ นั่นแหละครับคือคุณสมบัติสำคัญของเงิน
แต่ความเชื่อมั่นนี้มันก็สั่นคลอนได้ง่ายๆ นะครับ อย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ธนาคารกลางสามารถพิมพ์เงินออกมาได้เรื่อยๆ (Quantitative Easing หรือ QE) ทำให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้น แต่สินค้าและบริการไม่ได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผลที่ตามมาก็คือ "เงินเฟ้อ" นั่นเอง! เงินที่เราถืออยู่จึงมีมูลค่าลดลงเรื่อยๆ
ทีนี้ลองมาดู "ทองคำ" กันบ้าง ทองคำมันพิเศษตรงที่ว่ามัน "มีจำกัด" ครับ ขุดเท่าไหร่ก็มีเท่านั้น ไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้เหมือนเงินกระดาษ นอกจากนี้ ทองคำยังมีคุณสมบัติอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้มันเป็น "เงิน" ที่ดีกว่าเงินกระดาษเยอะเลย
7 คุณสมบัติของเงินแท้...ทองคำมีครบ!
Mike Maloney กูรูด้านทองคำชื่อดัง ได้พูดถึงคุณสมบัติ 7 ข้อของ "เงินแท้" ที่ทองคำมีครบทุกข้อ ได้แก่:
ทนทาน (Durable)
ทองคำไม่ผุพัง ไม่ขึ้นสนิม เก็บไว้ได้นานแสนนาน ต่างจากเงินกระดาษที่อาจจะเปื่อยยุ่ย หรือถูกทำลายได้ง่ายๆ
พกพาสะดวก (Portable)
ทองคำมีมูลค่าสูงในขนาดที่เล็ก ทำให้พกพาได้สะดวก ไม่ต้องขนเงินเป็นกระสอบๆ เหมือนสมัยก่อน
แบ่งแยกได้ (Divisible)
ทองคำสามารถแบ่งเป็นหน่วยย่อยๆ ได้ง่าย เช่น ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ หรือแม้แต่ทองคำแผ่นเล็กๆ
ทดแทนกันได้ (Fungible)
ทองคำแท่งหนึ่ง กับทองคำแท่งอีกแท่งหนึ่งที่มีน้ำหนักและความบริสุทธิ์เท่ากัน จะมีมูลค่าเท่ากัน ไม่ว่าใครจะเป็นเจ้าของ
มีมูลค่าในตัวเอง (Intrinsic Value)
ทองคำมีมูลค่าในตัวเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของใคร ทองคำสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือทันตกรรม
มีปริมาณจำกัด (Limited Supply)
ทองคำมีจำนวนจำกัด ขุดเท่าไหร่ก็มีเท่านั้น ไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ทำให้มูลค่าของมันไม่ลดลงง่ายๆ
เป็นที่ยอมรับ (Acceptable)
ทองคำเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ทองคำก็ยังคงมีมูลค่า
เห็นไหมครับว่าทองคำมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักการของ "เงินแท้" ในขณะที่เงินกระดาษที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ กลับมีคุณสมบัติที่ไม่ครบถ้วน ทำให้มูลค่าของมันผันผวน และเสี่ยงต่อการสูญเสียอำนาจซื้อ
ย้อนอดีต 5,000 ปี...ทองคำอยู่คู่โลกมานานแสนนาน
รู้ไหมครับว่าทองคำถูกใช้เป็นเงินมานานกว่า 5,000 ปีแล้ว! ตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ กรีก โรมัน ไปจนถึงอาณาจักรต่างๆ ในเอเชีย ทองคำถูกใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน และเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง
ในอดีต หลายประเทศเคยใช้ "มาตรฐานทองคำ" (Gold Standard) ซึ่งหมายความว่า เงินกระดาษที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ จะต้องมีทองคำสำรองหนุนหลังในปริมาณที่เท่ากัน ทำให้มูลค่าของเงินกระดาษมีความมั่นคง เพราะผูกติดอยู่กับทองคำที่มีจำนวนจำกัด
รู้หรือไม่?
หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 หลายประเทศเริ่มยกเลิกมาตรฐานทองคำ และหันมาใช้ระบบ "เงินเฟียต" (Fiat Money) ซึ่งหมายความว่า เงินกระดาษมีมูลค่าได้ก็เพราะ "รัฐบาล" บอกว่ามันมีค่า! โดยไม่มีทองคำหนุนหลัง
Fractional Reserve Banking...กลไกสร้างเงินจากอากาศ
ระบบ "Fractional Reserve Banking" คืออะไร? มันคือระบบที่ธนาคารสามารถปล่อยกู้ได้มากกว่าเงินฝากที่ตัวเองมีอยู่ สมมติว่าคุณเอาเงิน 100 บาทไปฝากธนาคาร ธนาคารอาจจะเก็บเงินสำรองไว้แค่ 10 บาท แล้วปล่อยกู้เงินอีก 90 บาทให้กับคนอื่น
คนที่กู้เงินไป ก็อาจจะเอาเงินไปซื้อของ แล้วคนขายของก็นำเงินไปฝากธนาคารอีกที ธนาคารก็จะเก็บสำรองไว้ส่วนหนึ่ง แล้วปล่อยกู้ส่วนที่เหลือต่อไปเรื่อยๆ ทำให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีทองคำหนุนหลัง
Ray Dalio กล่าวไว้ว่า...
นักลงทุนชื่อดัง ได้อธิบายถึง "วงจรหนี้สินระยะยาว" (Long-Term Debt Cycle) ซึ่งเป็นวัฏจักรที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก โดยในช่วงแรกๆ ผู้คนจะใช้จ่ายเงินเกินตัว ทำให้เศรษฐกิจเติบโต แต่เมื่อหนี้สินพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ก็จะนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจ
ทำไมทองคำยังสำคัญในยุคปัจจุบัน?
ในยุคที่เงินกระดาษถูกพิมพ์ออกมาได้เรื่อยๆ ทองคำจึงเป็นเหมือน "หลุมหลบภัย" ที่ช่วยรักษามูลค่าของทรัพย์สินของเราเอาไว้ได้ ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจผันผวน หรือเกิดวิกฤต เงินเฟ้อ ทองคำมักจะมีราคาสูงขึ้น เพราะผู้คนหันมาถือครองทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง
นอกจากนี้ ทองคำยังเป็น "สินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยง" (Safe Haven Asset) ซึ่งหมายความว่า ราคาทองคำมักจะสวนทางกับสินทรัพย์อื่นๆ เช่น หุ้น หรืออสังหาริมทรัพย์ ในช่วงที่ตลาดหุ้นตกต่ำ หรืออสังหาริมทรัพย์ราคาลดลง ทองคำมักจะมีราคาเพิ่มขึ้น ทำให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างดี
คนไทยกับทองคำ...ของมันต้องมี!
สำหรับคนไทย ทองคำมีความผูกพันกับชีวิตประจำวันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ทองรูปพรรณที่ใส่เพื่อความสวยงาม ไปจนถึงทองคำแท่งที่เก็บไว้เพื่อเป็นหลักประกันในชีวิต
หลายครอบครัวในไทย นิยมซื้อทองคำเก็บสะสมไว้ เพื่อเป็นมรดกให้ลูกหลาน หรือเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น ทองคำจึงเป็นเหมือน "เครื่องมือออมเงิน" ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในสังคมไทย
นอกจากนี้ ทองคำยังเป็นของขวัญที่นิยมมอบให้กันในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานบวช หรือวันเกิด แสดงให้เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของทองคำในวัฒนธรรมไทย
สรุปสั้นๆ...ทองคำคือเพื่อนแท้ในยามยาก!
ทองคำไม่ใช่แค่เครื่องประดับสวยๆ งามๆ แต่มันคือ "เงินที่แท้จริง" ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักการทางการเงิน ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยรักษามูลค่าของทรัพย์สินของเราเอาไว้ได้ในระยะยาว และเป็น "หลุมหลบภัย" ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจผันผวน
สำหรับคนไทย ทองคำมีความผูกพันกับชีวิตประจำวันมาอย่างยาวนาน และเป็น "เครื่องมือออมเงิน" ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
ถ้าคุณกำลังมองหา "เพื่อนแท้" ที่จะอยู่เคียงข้างคุณในยามยาก
ลองพิจารณา "ทองคำ" ดูนะครับ อาจจะเป็นทางออกที่ดีในการรักษามูลค่าเงินของคุณก็ได้
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน
การเงิน 101 EP.04 | ทันเกมการเงิน
— กดติดตาม ทันเกมการเงิน รู้ก่อน เข้าใจก่อน ไม่ตกเกม —