เพื่อนๆ เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเมื่อก่อนพ่อแม่เราถึงซื้อทองเก็บไว้เยอะแยะ? ทำไมสมัยก่อนเงินบาทเราถึงผูกติดกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แล้วทำไมเดี๋ยวนี้ค่าเงินบาทถึงขึ้นๆ ลงๆ เหมือนรถไฟเหาะตีลังกา? เรื่องทั้งหมดมันเกี่ยวพันกับเหตุการณ์สำคัญที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์การเงินโลกที่เราเรียกกันว่า "Nixon Shock" หรือ "วิกฤตการณ์นิกสัน" ในปี 1971 นั่นเอง

วันนี้เราจะมาเล่าเรื่องราว Nixon Shock ให้เพื่อนๆ ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ เหมือนนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟเลยครับ รับรองว่าฟังจบแล้วจะเข้าใจระบบการเงินโลกมากขึ้นเยอะเลย

ยุคทองที่ต้องแลกด้วยทองคำ

ย้อนกลับไปหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โลกของเราอยู่ในช่วงฟื้นฟู ประเทศต่างๆ พยายามสร้างระบบการเงินที่มั่นคงเพื่อรองรับการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ที่ประชุม Bretton Woods ในปี 1944 ได้ตกลงกันว่าจะใช้ "ระบบ Bretton Woods" โดยให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเงินสกุลหลักของโลก และผูกค่าเงินดอลลาร์ไว้กับทองคำในอัตรา 35 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทองคำ 1 ออนซ์

พูดง่ายๆ ก็คือ รัฐบาลสหรัฐฯ สัญญาว่า ถ้าใครถือเงินดอลลาร์อยู่ สามารถเอาเงินดอลลาร์มาแลกทองคำจากรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เสมอ ในอัตราที่กำหนดไว้ ทำให้เงินดอลลาร์กลายเป็นเหมือน "ทองคำดิจิทัล" ที่ทั่วโลกยอมรับและเชื่อมั่น

อเมริกาพิมพ์แบงก์เพลิน ทองคำเริ่มร่อยหรอ

แต่ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นเมื่อสหรัฐฯ เริ่มเข้าไปพัวพันกับสงครามเวียดนาม ทำให้รัฐบาลต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อสนับสนุนการทำสงคราม และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ รัฐบาลสหรัฐฯ จึงตัดสินใจ "พิมพ์เงินดอลลาร์" ออกมาจำนวนมาก โดยไม่ได้เพิ่มปริมาณทองคำสำรองไปด้วย

ลองนึกภาพตามนะครับ เหมือนเรามีตู้เซฟที่ข้างในมีทองคำอยู่ 10 แท่ง แล้วเราออก "ใบรับรอง" ว่าใครถือใบรับรองนี้ สามารถเอามาแลกทองคำจากเราได้ 1 แท่ง แต่ปรากฏว่าเราดันออกใบรับรองไปทั้งหมด 20 ใบ ทั้งๆ ที่ทองคำในตู้เซฟเรามีแค่ 10 แท่ง แบบนี้คนก็จะเริ่มไม่เชื่อมั่นในใบรับรองของเราใช่ไหมครับ?

สถานการณ์ของสหรัฐฯ ในตอนนั้นก็คล้ายๆ กัน เมื่อประเทศต่างๆ เห็นว่าสหรัฐฯ พิมพ์เงินดอลลาร์ออกมามากเกินไป แต่ทองคำสำรองของสหรัฐฯ ไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม ทำให้หลายประเทศเริ่มไม่มั่นใจในค่าเงินดอลลาร์ และเริ่มทยอยเอาเงินดอลลาร์มาแลกเป็นทองคำจากสหรัฐฯ แทน

15 สิงหาคม 1971 วันที่โลกต้องจารึก

สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดวันที่ 15 สิงหาคม 1971 ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ของสหรัฐฯ ได้ออกมาประกาศยกเลิกการตรึงค่าเงินดอลลาร์กับทองคำอย่างเป็นทางการ หรือที่เรียกว่า "Nixon Shock"

นิกสันประกาศว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่รับแลกเงินดอลลาร์เป็นทองคำอีกต่อไป ทำให้เงินดอลลาร์กลายเป็น "เงิน fiat" (Fiat Money) หรือเงินที่ไม่มีสินทรัพย์ใดๆ หนุนหลัง มีเพียง "ความเชื่อมั่น" ของผู้คนเท่านั้นที่เป็นตัวกำหนดมูลค่าของเงิน

การตัดสินใจของนิกสันในครั้งนั้น สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก เพราะมันหมายความว่าระบบ Bretton Woods ที่ใช้กันมากว่า 20 ปีได้ล่มสลายลง และโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเงินที่เงินตราไม่ได้ผูกติดอยู่กับทองคำอีกต่อไป

ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันที

Nixon Shock ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรงและรวดเร็ว สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีก็คือ

เงิน Fiat คืออะไร ทำไมถึงต้องเชื่อมั่น?

อย่างที่เราบอกไปว่า หลัง Nixon Shock เงินดอลลาร์กลายเป็นเงิน Fiat ซึ่งหมายความว่าเงินตราไม่ได้มีมูลค่าในตัวมันเอง (Intrinsic Value) เหมือนทองคำ หรือโลหะมีค่าอื่นๆ แต่มีมูลค่าเพราะคนในสังคม "เชื่อมั่น" ว่ามันมีมูลค่า และยอมรับที่จะใช้มันแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ

ลองนึกภาพธนบัตรที่เราใช้กันทุกวันนี้สิครับ ถ้าเราเอาธนบัตร 100 บาทไปเผาไฟ มันก็เป็นแค่กระดาษที่ไหม้ไฟได้ แต่ที่เรายอมใช้ธนบัตร 100 บาทแลกซื้อก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม ก็เพราะเราเชื่อมั่นว่าธนบัตร 100 บาทนั้นมีมูลค่า และคนขายก๋วยเตี๋ยวก็เชื่อมั่นเช่นกันว่าเขาสามารถเอาธนบัตร 100 บาทนั้นไปซื้อของอย่างอื่นได้อีก

ดังนั้น มูลค่าของเงิน Fiat จึงขึ้นอยู่กับ "ความเชื่อมั่น" ของคนในสังคมที่มีต่อเงินตรานั้นๆ และต่อรัฐบาลที่ออกเงินตรานั้น

ดอลลาร์สูญเสียมูลค่า 98.5% จริงหรือ?

หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่า ตั้งแต่ Nixon Shock เป็นต้นมา เงินดอลลาร์สูญเสียมูลค่าไปถึง 98.5% ตัวเลขนี้อาจจะฟังดูน่าตกใจ แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าตัวเลขนี้มาจากการเปรียบเทียบ "กำลังซื้อ" (Purchasing Power) ของเงินดอลลาร์ในปัจจุบัน กับกำลังซื้อของเงินดอลลาร์ในอดีต เมื่อเทียบกับราคาทองคำ

ยกตัวอย่างเช่น ในปี 1971 เงิน 35 ดอลลาร์สหรัฐฯ สามารถซื้อทองคำได้ 1 ออนซ์ แต่ในปัจจุบัน ทองคำ 1 ออนซ์อาจจะมีราคาสูงถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือมากกว่านั้น นั่นหมายความว่า "กำลังซื้อ" ของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับทองคำลดลงไปอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบกำลังซื้อของเงินโดยเทียบกับราคาทองคำอย่างเดียว อาจจะไม่สะท้อนภาพรวมทั้งหมด เพราะราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเช่นกัน

ผลกระทบต่อประเทศไทย

Nixon Shock ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างมากเช่นกัน ในช่วงเวลานั้น ประเทศไทยใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Fixed Exchange Rate) โดยผูกค่าเงินบาทไว้กับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในอัตรา 20 บาทต่อ 1 ดอลลาร์

เมื่อเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างมากหลัง Nixon Shock ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องเข้ามาแทรกแซงตลาดเงินอย่างหนัก เพื่อรักษาระดับค่าเงินบาทให้คงที่ แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถต้านทานแรงกดดันได้

ในปี 1978 ประเทศไทยจึงตัดสินใจยกเลิกระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ และเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบตะกร้าเงิน (Basket of Currencies) โดยผูกค่าเงินบาทไว้กับค่าเฉลี่ยของเงินสกุลหลักหลายสกุล

ต่อมาในปี 1997 ประเทศไทยก็ต้องเผชิญกับวิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งเป็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศในเอเชีย ทำให้ประเทศไทยต้องตัดสินใจปล่อยค่าเงินบาทให้ลอยตัวอย่างเสรี (Floating Exchange Rate) ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

บทเรียนจาก Nixon Shock

Nixon Shock เป็นเหตุการณ์สำคัญที่สอนให้เราได้เรียนรู้หลายอย่างเกี่ยวกับการเงินและเศรษฐกิจ

แล้วเราจะรับมือกับโลกการเงินยุคใหม่ได้อย่างไร?

ในโลกการเงินยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การทำความเข้าใจ Nixon Shock และบทเรียนที่ได้รับจากเหตุการณ์นั้น จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการเงินและลงทุนได้อย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น

เราควรให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน การติดตามข่าวสารเศรษฐกิจ และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจทางการเงินได้อย่างชาญฉลาด และรับมือกับความผันผวนของตลาดเงินได้อย่างมั่นใจ

สรุปสั้นๆ

Nixon Shock เป็นเหตุการณ์ที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์การเงินโลก ทำให้เงินดอลลาร์กลายเป็นเงิน Fiat และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง เหตุการณ์นี้สอนให้เราได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของความน่าเชื่อถือ ความเสี่ยงของเงิน Fiat และความผันผวนของตลาดเงิน การทำความเข้าใจ Nixon Shock จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการเงินและลงทุนได้อย่างรอบคอบ และรับมือกับโลกการเงินยุคใหม่ได้อย่างมั่นใจ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ นะครับ ถ้ามีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถคอมเมนต์มาพูดคุยกันได้เลยครับ

การเงิน 101 EP.06 | ทันเกมการเงิน

— กดติดตาม ทันเกมการเงิน รู้ก่อน เข้าใจก่อน ไม่ตกเกม —

EP ก่อนหน้า EP ถัดไป

เครื่องมือฟรีสำหรับ SME

ลองใช้เครื่องมือ AI ช่วยธุรกิจ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เข้าใช้ Free Tool